วัดกุฎีดาว กับเรื่องเล่าปู่โสมเฝ้าทรัพย์

วัดกุฎีดาว

วัดกุฎีดาวเคยเป็นวัดร้าง เป็นวัดที่ไม่ปรากฎหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับประวัติการสร้าง มีเพียงแต่ข้อความที่บันทึกลงในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาว่า ได้รับการบูรณะปฎิสังขรณ์ครั้งใหญ่เมื่อปี 2254 ในสมัยของสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ โดยสมเด็จพระเจ้าบรมโกศในขณะที่ดำรงพระยศเป็นพระมหาอุปราช หลังจากนั้นวัดกุฎีดาวได้กลายเป็นวัดหลวง และเป็นที่พำนักของพระเทพมุนี พระราชาคณะในขณะนั้น ซึ่งต่อมาในสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ พระเทพมุนีวัดกุฎีดาวองค์นี้ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช จากการศึกษาทางโบราณคดีบอกไว้ว่า วัดนี้น่าจะสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น และถูกทิ้งร้างไปเมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 ใน ปี พ.ศ. 2310 วัดกุฎีดาวตั้งอยู่ในต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยานอกเกาะเมืองทางด้านทิศตะวันออกของสถานีรถไฟพระนครศรีอยุธยา มีลักษณะรูปแบบศิลปะคล้ายกับวัดหลวงในสมัยอยุธยาตอนต้นถึงอยุธยาตอนกลาง ปรากฏร่องรอยฝีมือการสร้างอย่างงดงามตามอย่างศิลปะสมัยอยุธยา วันนี้ ซอกแซก.com จะมาเล่าตำนานของปู่โสมเฝ้าทรัพย์ ณ วัดกุฎีดาว ให้ทุกคนได้อ่านกัน ตามกันมาเลยค่ะ

วัดกุฎีดาว

สมบัติอาถรรพ์ ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ วัดกุฎีดาว

ในปี พ.ศ. 2503 เริ่มจากการที่พระองค์เจ้าระพีฯ และพระสหายได้รับสมุดข่อยโบราณ เขียนอักษรไทยโบราณ แต่ตัวอักษรได้จางเป็นสีขาว อีกด้านเขียนด้วยหมึกสีดำ มีการวาดที่ตั้งโบสถ์ของวัดกุฎีดาวแสดงตำแหน่งที่ฝังสมบัติถึง 16 แห่ง จากนั้นพระองค์เจ้าระพีฯได้ทำเรื่องขออนุมัติการขุดสมบัติกับทางกรมศิลปากรเพื่อทำการขุดหาสมบัติ โดยทำสัญญาขอแบ่งทรัพย์ มอบให้เป็นสิทธิ์ของกรมศิลปากร 90% ส่วนอีก 10% เป็นของพระองค์เจ้าระพีฯ โดยใช้เครื่องมือทันสมัยอย่างเครื่อง ไมน์ ดีเทคเตอร์ เครื่องมือที่สามารถตรวจวัดลึกลงไปถึง 20 เมตรในการหาวัตถุต่างๆอย่างแม่นยำ ซึ่งก่อนขุดหาสมบัติมีผู้รู้ได้บอกพระองค์เจ้าระพีฯ ให้ทำการบรวงสรวงขอขมาวิญญาณต่างๆที่อยู่บริเวณวัดกุฎีดาว แต่พระองค์เจ้าระพีฯ ไม่เชื่อ จึงเริ่มการขุดหาสมบัติทันที ตลอดเวลาทำการขุดหาสมบัตินั้นก็พบเหตุการณ์ประหลาด ทั้งขุดลงไปไม่เจอสมบัติ และพระเจ้าองค์เจ้าระพีฯกับพระสหายยังพบเห็นวิญญาณรูปร่างแขนขาใหญ่ ไม่มีศีรษะ แต่ความน่ากลัวไม่มีเพียงเท่านี้ เมื่อพระองค์เจ้าระพีฯเสด็จกลับวังก็มีเสียงคล้ายคนขุดดินตลอดเวลา พระองค์เจ้าระพีฯบังเอิญได้พบกับพระอาจารย์รูปหนึ่งที่มีชื่อเสียงทางพุทธไสย์เวทพุทธาคม รู้ว่าที่แห่งนี้มีสมบัติถูกฝังไว้อย่างมากมาย แล้วยังรู้อีกด้วยว่าผู้ที่เป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ ได้สาปแช่งผู้ที่เข้ามาขุดหาโดยไม่ทำตามแบบแผน จะไม่สามารถขุดค้นได้ประสบความสำเร็จ แต่สุดท้ายพระองค์เจ้าระพีฯก็ทำพิธีบวงสรวงแต่ก็ทำไม่สำเร็จ เนื่องจากเข้าฤดูฝนเสียก่อน แม้ผ่านฤดูฝนแล้วก็ยังไม่ได้ดำเนินงานต่อ หลังจากนั้นพระสหายของพระองค์เจ้าระพีฯที่ร่วมทำการขุดหาสมบัติได้เสียชีวิตกะทันหัน ส่วนพระองค์เจ้าระพีฯได้ทำธุรกิจมากมายก็ไม่เป็นผลสำเร็จ 

แม้ปัจจุบันจะเหลือเพียงซากความงดงามของวัดในสมัยอยุธยา หากยังทรงคุณค่าทรงสถาปัตยกรรมของอดีตอันรุ่งเรือง และประวัติการก่อสร้างวัดกุฎีดาวไม่ชัดเจน มีหลักฐานแตกต่างคลาดเคลื่อนกันไปบ้าง ยังคงศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็นตำนานเรื่องเล่าชวนขนลุกจนถึงปัจจุบันนี้บริเวณวัดกุฎีดาวยังไม่มีใครกล้ามาขุดสมบัติเพราะกลัววิญญาณที่เฝ้าสมบัติจะตามหลอกหลอนและสาปแช่ง

วัดกุฎีดาว

ใครผ่านมาแถวอยุธยาลองมาแวะชมความงามของโบราณสถานและมาสัมผัสกับตำนานชวนขนลุก

การเดินทางไม่ยากเลยเพราะวัดอยู่ที่จ.อยุธยา ไม่ใกล้จากกรุงเทพฯ ให้ขับตรงมาทางถนนสายเอเชียเลย พอแยกเข้าสู่ถนนโรจนะแล้ว ก็ให้ตรงเข้าไปทางเกาะเมือง จากนั้นพอมาถึงเจดีย์วัดสามปลื้ม ก็ให้เลี้ยวขวาอ้อมวงเวียนมาตามถนนแล้วจะเจอกับวัดกุฎีดาวทางซ้ายมือ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. (ไม่เสียค่าเข้าชม)

วัดกุฎีดาว